วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สูตรน้ำยาต่างๆ จากน้ำหมักสมุนไพร


สูตรน้ำยาต่างๆ จากน้ำหมักสมุนไพร

             อย่างที่สัญญาไว้ค่ะว่าจะเอาสูตรในการทำน้ำยาต่างๆมาเขียนบล๊อคให้สำหรับท่านที่สนใจจะลองทำดูบ้าง ซึ่งไม่ยากเลยค่ะ แต่เนื่องจากบางคนยังไม่เคยทำ ก็เลยกังวลไปต่างๆนาๆ กลัวว่าทำแล้วจะเป็นน้ำยาไหม เหลวไปหรือเหนียวไปหรือเปล่า หรือว่าทำแล้วจะกล้าใช้หรือเปล่า

           เอาเป็นว่า ไม่ต้องกังวลนะคะ ถึงแม้ครั้งแรกเราจะทำแล้วผิดพลาด น้ำยาไม่เหนียวบ้าง ก็ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะแก้ไขได้ แต่ที่อยากแนะนำก็คือ ในช่วงที่เราเติมน้ำหมัก ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนสุดท้ายนั้น พยายามเติมทีละน้อย แล้วค่อยๆกวนไปเรื่อยๆ จนเราสังเกตดูระดับความหนืด เมื่อได้ที่แล้วเราก็หยุดเติม ไม่จำเป็นต้องใส่ทั้งหมดที่เราเตรียมไว้ก็ได้ค่ะ อย่างที่บอกค่ะว่าคุณสมบัติของน้ำหมักแต่ละชนิด อาจจะทำปฏิกริยากับสารตั้งต้นต่างกัน ทั้งนี้ เพราะการทำน้ำยาต่างๆเหล่านี้ เราทำแบบใช้ในครัวเรือน จึงอาจจะไม่ได้ชั่ง ตวง ให้ได้มาตรฐานเท่ากันทุกครั้ง ทั้งหมดทั้งปวงจึงต้องอาศัยการสังเกตด้วยค่ะ


น้ำหมักเหล่านี้ เตรียมไว้สำหรับทำน้ำยาต่างค่ะ ตั้งไว้ให้ตกตะกอนก่อน เวลาเอาไปทำน้ำยาต่างๆจะได้ของใช้ที่มีสีสันสวยงาม และไม่น้ำยาไม่ตกตะกอนหากต้องเก็บไว้นานๆ

ในนี้มีน้ำหมักมะนาว น้ำหมักมะขามสีน้ำตาลอ่อน และมะเฟือง สีเข้มที่สุด ทุกขวด รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจับใจและยังไม่เกิดส่าเหล้าเลยค่ะ

 
 

แต่ก็เกิดวุ้นกันแล้วทุกถัง ถังละนิดถังละหน่อย



วุ้นนี้ได้จากการหมักผลไม้รสเปรี้ยวหลายๆชนิดปนกัน เคยตักเอาน้ำมาใช้หลายครั้งแล้ว และเติมน้ำใหม่เพิ่มเข้าไป เติมน้ำตาล ก็ยังคงเปรี้ยวเหมือนเดิม และเกิดชั้นวุ้นทุกครั้งที่เติมน้ำ



แม้แต่ดอกอัญชันที่หมักไว้ใช้สี ก็ยังเกิดวุ้นกะเค้าด้วย สีสวยจริงๆ

แชมพูสมุนไพรที่ทำกันส่วนใหญ่จะใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการนำน้ำหมักสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการบำรุงเส้นผมมาเป็นส่วนผสม ซึ่งในแต่ละขั้นตอนการผลิต อาจมีการปนเปื้อนจุลินทรีย์ และความเป็นกรด-ด่างต่ำกว่ามารตฐาน

การใช้น้ำหมักสมุนไพรใส่ลงในแชมพู อาจจะทำให้แชมพูมีความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพได้บ้าง ทั้งเรื่องการตกตะกอน การเปลี่ยนสีเมื่อต้องเก็บนานๆ

ตามมาตรฐานผลิภัณท์ชุมชน กำหนดให้แชมพูต้องมีความเป็นกรด-ด่าง ต่ำกว่า 5 ซึ่งเราสามารถหากระดาษลิตมัสที่เด็กๆเค้าใช้ทดลองกันในวิชาวิทยาศาตร์มาทดสอบได้ค่ะ

สมุนไพรยอดนิยมเอามาทำแชมพูสระผม ก็คือมะกรูด ทำให้ผมดกดำ นุ่มสลวย , ดอกอัญชันผมดก , ขิง รักษาผมร่วง ,ตะไคร้ แก้ผมแตกปลาย และขจัดรังแค , ว่านหางจระเข้ ทำให้ผมลื่น นุ่มสลวย และรักษาแผลบนหนังศีรษะ , น้ำมันมะพร้าว ทำให้ผมดก

สูตรแชมพูสระผม

1 แชมพูออย EMAL 28 1 กิโล ราคากิโลละ 47 บาท

2 น้ำเกลือ 250 ซีซี (ประมาณ 1 ขวดน้ำดื่มขนาดเล็ก)

3 น้ำหมักสมุนไพร 1.5 ลิตร

4 ลาโนลีน 30 กรัม เป็นสารปรับสภาพเส้น และเคลือบเงา

5 กรีเซอรีล หรือ PEG-7 10 กรัม ปรับสภาพเส้นผม เพิ่มความชุ่มชื่นแก่หนังศรีษะ

****ลาโนลีน และกรีเซอรีล ให้ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือจะใช้ทั้งสองอย่างเลยก็ได้ ลาโนลีนราคาไม่แพง แต่ กรีเซอรีลที่เค้าเรียกว่า PEG นั้น จะเป็นสารตัวหลักที่ใช้ผลิตเครื่องสำอาง ราคาจะแพงหน่อย ขีดละร้อยกว่าบาท และหาซื้อยากเพราะราคาสูง ร้านค้าชุมชนจึงไม่นิยมเอามาขาย บางทีก็เรียกว่า วิตามินอี ซึ่งสารตัวนี้เราจะเห็นว่าถูกระบุไว้เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของเครื่องสำอางแบรนด์นอก ที่ขายราคาแพงส่วนใหญ่จะมี PEG เป็นส่วนผสมอยู่ด้วย *******

******สารกันเสีย น้ำหอม สี********สามอย่างนี้จะใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ

ถ้าไม่ใส่ก็จะได้น้ำยาที่มีสีธรรมชาติ หรือจะใช้สีจากดอกอัญชัน หรือสีเขียวของใบฟ้าทลายโจรก็ได้ค่ะ ส่วนน้ำหอมก็แล้วแต่ชอบนะคะ ถ้าจะใส่กลิ่นสำหรับแชมพู ก็แนะนำให้ใช้กลิ่นโดฟ หรือกลินลาเวนเดอร์ หรือกลิ่นแชมพูที่เราชอบ ลองไปถามดูที่ร้านค่ะ เลือกกลิ่นหอมสะอาด ชื่นใจ ราคาไม่แพงค่ะ ออนซ์ละประมาณ 40 – 50 บาท ใส่แต่น้อยนะคะ ลองดมดูก่อนว่าหอมหรือยัง อย่าไปเชื่อตามแม่ค้าที่บอกว่า 1 ขวดใส่ได้ครั้งเดียว เพราะใส่มากจะฉุนค่ะ...

ขั้นตอน : นำหัวแชมพูใส่ถังทั้ง 1 กิโล แล้วกวนไปในทิศทางเดียวกันจนเป็นสีขาวขุ่น ใช้เวลาประมาณ 15 นาที แล้วก็เติมน้ำเกลือ กวนต่อจนหนืด แล้วเติมน้ำหมัก กวนจนได้ความหนืดที่ชอบใจแล้ว ก็ใส่สารบำรุงผมตัวอื่นๆที่เราต้องการได้เลยค่ะ เสร็จแล้วก็รอให้ฟองยุบ กรอกใส่ขวด ใช้ได้เลยค่ะ

ครีมนวดผม

1 .Rinse Compound T-42 4 ขีด ราคากิโลละ 152 บาท

2 .กัวกัม (Guargum) สารเพิ่มเนื้อครีม (ตัวเดียวกับสารเพิ่มเนื้อในโลชั่น) 2 ขีด ราคากิโลละ 139 บาท

3 .น้ำหมักสมุนไพร หรือน้ำดอกอัญชัน 3 ลิตร

กลิ่น สี ตามต้องการ

ขั้นตอน : ให้เอา 1 2 และ 3 ตั้งไฟให้เดือด คนไปเรื่อยๆ จนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วรอให้อุ่น เติมกลิ่น สี หรือเติมวิตามินป้องกันผมแตกปลาย เท่าที่เราหาซื้อได้

***สารที่ซื้อมาทำครีมนวดผม ราคาอาจจะแพงนิดหน่อย แต่ 1 กิโล ทำได้หลายครั้งค่ะ ที่ไม่ทำครั้งเดียว เพราะจะได้ปริมาณที่เยอะมาก อาจจะมากถึง 10 ลิตร ซึ่งคงใช้ไม่ทันแน่ ***

สบู่เหลว สมุนไพร

1 หัวแชมพู (EMAL AD 25) 1 กิโล ราคากิโลละ 43 บาท

2 น้ำเกลือ 250 ซีซี (ขวดน้ำดื่มเล็ก)

3 น้ำหมักสมุนไพร 1.5 ลิตร

4 กลิ่นสบู่ มีทั้งลักษณ์ และกลิ่นจอนห์สัน หรือจะไม่ใส่ก็ได้ค่ะ จะได้สบู่เหลวกลิ่นน้ำหมัก ธรมชาติดี

ขั้นตอน : กวนหัวแชมพูไปในทิศทางเดียวกัน จนเป็นเนื้อครีมเปลี่ยนจากสีขาวใสเป็นครีมขุ่น โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ค่อยเติมน้ำเกลือและคนไปเรื่อยๆ จนเนื้อครีมเริ่มหนืด ให้เติมน้ำหมัก โดนทยอยใส่นะคะ ใส่ไป กวนไป และก็สังเกตดูว่า น้ำยาหนืดพอหรือยัง ถ้าน้ำยาเริ่มเหลว ก็ให้หยุดเติมน้ำหมัก อาจจะไม่ต้องเติมหมดทั้งลิตรครึ่ง แต่ให้สังเกตขั้นตอนตรงนี้ค่ะ เสร็จแล้ว ก็ใส่สี กลิ่น แล้วก็รอให้ฟองยุบ กรอกใส่ขวดเอาไว้ใช้ หรือแจกจ่ายเพื่อนฝูงได้เลยค่ะ

น้ำยาปรับผ้านุ่ม

1 . QUAT HI-Q 5% 1 กิโล ราคากิโลละ 161 บาท

2 น้ำหมัก 2 ลิตร

3 น้ำสะอาด 8 ลิตร

4 หัวน้ำหอม อันนี้สำคัญ ค่ะ สำหรับปรับผ้านุ่ม เพราะต้องการความหอมที่คงทน แต่ถ้าหาซื้อหัวน้ำหอมไม่ได้ ก็ใช้กลิ่นหอมแบบที่เราทำแชมพูก็ได้ค่ะ เพียงแต่ว่าให้เลือกกลิ่นที่เหมาะกับเสื้อผ้า เช่นกลิ่นหอมแดดอ่อนๆแบบคอมฟอรท์

ขั้นตอน : เอา 1 และ 3 ไปต้มให้เดือด กวนให้ละลาย แล้วยกลงรอให้อุ่น เติมน้ำหมัก ใส่สี กลิ่น แล้วก็ใช้ได้เลยค่ะ

น้ำยาปรับผ้านุ่มง่ายมากเลยค่ะ ใช้แล้ว ทำให้ผ้านุ่ม ลื่น และหอม ที่เราไปซื้อตามท้องตลาด เค้าก็ใช่สูตรนี้แหละ ผสมน้ำเยอะๆ แต่ทำให้กลิ่นหอมติดทนนาน

พอถอดสูตรออกมาแล้ว ก็แทบไม่อยากเสียเงินซื้อสินค้าเหล่านี้ไปเลย

*****การเจือจางน้ำเกลือ ให้ใช้เกลือ 1 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน เอาไปต้ม และกรองให้สะอาด เก็บไว้ใช้เป็นสารทำให้ข้นได้กับสารตั้งทุกชนิดค่ะ *******

ยังมีสูตรอะไรที่ยังต้องการอีกไหมคะ สำหรับน้ำยาเอนกประสงค์ คิดว่าหาสูตรได้ไม่ยากนะ ชาวบ้านสวนเราทุกครัวเรือนทำใช้กันเองหมดแล้ว สารตั้งต้นยอดนิยมคือ N70 ตัวนี้กิโลละ 80 บาท ผสมแล้วจะได้น้ำยาประมาณ 10 ลิตรค่ะ N70 ใช้ทำน้ำยาล้างจาน ซักผ้า ล้างรถ ล้างห้องน้ำได้ค่ะ แต่ถ้าจะทำสบู่เหลว หรือแชมพู ให้ใช้หัวแชมพูซึ่งไปบอกที่ร้านได้เลยค่ะว่าจะเอาไปทำแชมพู

 

ขอบคุณ ข้อมูลจากบ้านสวนพอเพียง

1 ความคิดเห็น: